ฤทธิ์แม่ค้าผลไม้!!

posted on 08 Mar 2011 05:39 by ladyinlabyrinth

ณ แผงขายผลไม้ ในตลาดแห่งหนึ่ง

ปุ้ม: ส้มหวานมั้ยคะ?

แม่ค้า: หวานจ้ะ ว๊านหวานเลย เพิ่งมาเมื่อเช้านี้เอง

ปุ้ม: งั้นเอาโลนึงค่ะ

...กลับไปบ้าน >> เปรี้ยวปี๊ดดดดด เชียว  -*-

 

วันต่อมา

ปุ้ม: วันนี้ส้มรสชาติเป็นไงคะ

แม่ค้า: หนูชอบหวานๆ หรือเปรี้ยวๆล่ะ ป้ามีหมดแล่ะ

ปุ้ม: หวานๆ น่ะค่ะ 

...แต่ ไอ้คนข้างๆ บอกชอบเปรี้ยวๆ ป้าแกก็หยิบกองเดียวกันนี่แล่ะ -*-

...กลับไปบ้าน >> หวานจริงด้วย อื้มมมม แล้วไอคนบอกชอบเปรี้ยวๆ มันจะเคืองป้ะ?

 

วันถัดมา

ปุ้ม: อยากได้ฝรั่งฟูๆ นุ่มๆ น่ะค่ะ

ลูกแม่ค้า: ได้ๆ เดี๋ยวพี่เลือกให้นะ (แล้วเค้าก็ส่งให้คุณแม่ชั่งโล)

ปุ้ม: เฉาะให้ด้วยได้มั้ยคะ?

แม่ค้า: ได้ๆ  นี่เลย กำลังนุ่มๆ เลยลูกที่เลือกนี่ (พาลได้ยินเสียงเฉาะที่ดูไม่น่าจะนุ่ม)

...กลับไปบ้าน >> แม่งงงงงง ฟันจะหักเอา -*-

 

ไม่ได้ละ ต่อไปนี้ ตัดสินใจละว่าจะซื้ออะไรต้องหาทางชิมก่อน!!!

ปุ้ม: ขอชิมส้มได้ป่าวคะ? (มันแกะวางอยู่หน้าแผง)

แม่ค้า: ได้เลยลูก ชิมเลยๆ อร่อยนะ

ปุ้ม: เอ้ยยยย วันนี้อร่อย ถูกใจมาก เอาโลนึงค่ะ

...กลับไปบ้าน >> รสชาติแตกต่างกับไอ้ที่ชิมอย่างสิ้นเชิง ดวก!

 

สรุปว่า.. ก็ซื้อป้าแกไปหลายวัน ด้วยความอยากรู้อยากลอง

คือชอบกินผลไม้หวานๆ พยายามหาวิธีที่จะได้รสหวานอย่างที่ตัวเองต้องการ

อยู่ตลาดมาตั้งแต่เด็กๆ ก็พอจะรู้ความสามารถแม่ค้าอยู่บ้าง

แต่ดูท่า เราคงไม่อาจหาความจริงใดๆได้ จนกว่าเราจะเสียตังค์ให้ป้าแกไปก่อน

นี่ล่ะ แม่ค้าตลาดตัวจริงเสียงจริง ยกโล่ให้ไปเลย แลกกับการเลิกซื้อ!!

 

ปล. จริงๆ แม่ค้าน่ารักๆ มีเยอะ เปรี้ยวบอกเปรี้ยว หวานบอกหวาน ซื้อแล้วสบายใจ

เดินลึกเข้าไปด้านในหน่อย ลบคำพูดเสนาะหูออกไปก่อน อาจจ่ายแพงขึ้นอีกนิดหน่อย

แต่รสชาติอร่อยถูกใจ 

 

แนะนำว่าถ้าว่างๆ ให้ลองมาเดินตลาดสดกัน รสชาติผลไม้เป็นเลิศกว่ารถเข็นแน่นอน

(ไอ้ที่บอกเปรี้ยว มันก็เปรี้ยวแบบอร่อยนะเออ แค่เราไม่ชอบเปรี้ยวๆ น่ะ)

 

หน้าร้อนนี้.. อะไรจะดีไปกว่าการทานผลไม้อย่างปรีเปรม โฮ่ๆๆๆ *0*

คิดให้มากอีกหน่อย!???

posted on 19 Jan 2011 02:56 by ladyinlabyrinth  in Life

คำถามบางคำถามก็ไม่ต้องการคำตอบ 

.."นี่ๆ เธอว่าเราซื้อกล้องตัวนี้ดีป้ะ?"   ...แท้จริงแล้วมันกดซื้อไปแล้วทางร้านค้าออนไลน์!!

 

 

คำตอบของบางสิ่งก็ไม่จำเป็นต้องเอ่ยปากถามใคร

.."เธอว่าเรารักเค้ารึเปล่าอะ?"    ...แล้ว แล้ว แล้ววว กู(ในฐานะเพื่อน)จะรู้ได้ไงเนี่ย?

 

 

ในขณะที่คำถามบางคำถามมีคำตอบในตัวเองตั้งแต่ผู้ถามเริ่มตั้ง

.. "เธอมีกิ๊กใช่มั้ย?"   ...ต่อให้ตอบว่าไม่ใช่ มึงจะเชื่อกูป้ะ? ในเมื่อคนถามมันข้ามขั้นตอนสงสัยเสร็จสิ้นไปแล้ว!

 

 

หลายครั้งเราพบว่า การหาคำตอบให้บางสิ่งช่างยากเย็น

.. "เราจะรักเค้าได้มั้ย แล้วเค้าจะรักเรามั้ยนะ?"   ...เราคงต้องกระโดดลงไปในหัวใจเบื้องลึกสักพักใหญ่เพื่อนค้นหา

 

 

หลายครั้งที่คำถามสำคัญกว่าคำตอบ

.."แท้จริงแล้ว โลกกลมจริงหรือ?"  ...เพราะนั่นนำมาซึ่งการค้นหาคำตอบอันยิ่งใหญ่

 

 

และหลายครั้งมากที่เราสักแต่เพียงให้ได้ถาม เพื่อความสบายใจของตัวเอง

.."เธอว่าเราผิดป้ะ ที่ทำอย่างนี้"  ...แน่นอนว่าคำตอบสำหรับเพื่อนก็ต้องเป็นว่า ไม่ผิดหรอก บลาๆๆ  รู้เอาไว้ซะ! 

ซึ่งถ้าเค้าตอบว่าคุณผิด หลายครั้งที่ฉันพบว่าคนถามก็จะละเลยคำตอบที่จะไม่เข้าหูเค้าไปอยู่ดี แล้วจะมาถามทำไม?

แท้จริงแล้ว เราก็รู้อยู่แก่ใจในบรรทัดฐานของตัวเองว่ามันผิดหรือไม่ แค่เลือกจะไปหาความชอบธรรมจากคนอื่นเพียงเท่านั้น!? 

 

 

แต่ก็มีหลายคำถามที่เราไม่อาจรู้คำตอบได้ ถ้ายังไม่ถึงเวลา

.."เธอจะรักเราอีกนานแค่ไหน? เราจะอยู่ด้วยกันอีกนานเท่าไหร่?"   ...เพราะคำตอบนั้นคงเป็นเพียงลมปากที่เอ่ย

คำมั่นสัญญา ว่าฉัน"อยากจะ"อยู่กับเธอ ในขณะความคิดและหัวใจช่วงนั้น ไปอีกนานสักเพียงไหน

 

 

 

 

คำถามและคำตอบล้วนเกิดขึ้นในแทบทุกจังหวะของชีวิต.. เราได้ยินบ่อยๆว่า "ไม่รู้เสียบ้างก็คงดี"

ละคำถามบางคำถามไว้บ้างก็ได้ และก็ควรฉลาดในการถาม คำถามบางอย่างก็ไม่รู้จะตั้งไปเพื่อประโยชน์อันใด

คนถามก็ได้แต่วนเวียนหาคำตอบในสิ่งที่ไม่อาจรู้ได้ คนตอบก็อึดอัดใจที่จะตอบ 

ความฉลาดไม่ได้อยู่ที่การตั้งคำถามเท่านั้น กาละเทศะที่จะถาม-ตอบก็เป็นสิ่งสำคัญ

ถามว่า "เธอว่าก๋วยเตี๊ยวร้านนี้อร่อยมั้ย?" ถามกันอยู่หน้าคนขาย คนตอบจะตอบอะไรได้??

 

 

 

... คำตอบที่ว่าด้วยเรื่องราวของจิตใจและนิสัยมนุษย์ ล้วนเป็นคำพูดที่ถูกประดิษฐ์ขึ้น แล้วเราจะไปเอาอะไรกับลมปาก!?? ...

 

#WhenIWasYoung ตอน ของเล่นสุดฮิต 1

posted on 05 Jan 2011 22:08 by ladyinlabyrinth  in Life
 
ตอนเด็กๆสมัยประถม.. หลังเลิกเรียนนี่เหมือนเวลาช้อปปิ้ง ที่ให้เด็กๆได้อิสระ
ในการใช้จ่าย เผอิญแม่จะมารับช้า ชอบปล่อยให้หาอะไรกิน หรือเล่นกับเพื่อนตอนเย็นๆ
เรากับน้องก็เลยไม่มีใครมาคอยดู คอยบังคับว่ากินอะไรได้ไม่ได้ ซื้ออะไรเล่นได้ไม่ได้
เอาเป็นว่า คุณน้องชายนี่ เล่นมาเยอะ ลองมาเยอะ ไอ้พวกเด็กอยากรู้อยากเห็นนั่นเอง!!
 
 
จำได้ว่า.......
ร้านแรกเริ่มออกประตูมาก็เจอ เป็นร้านเก่าแก่ที่ไม่เคยหนีหายไปไหน
รถเข็นคันใหญ่บิ๊กเบิ้ม ที่เต็มไปด้วยขนมของเล่นมากมายแปะๆวางๆไว้เต็มคัน
แล้วก็จะมีเด็กๆรุ่นเราๆ ไปรุมล้อมจนมองแทบไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไร
อาศัยคนหมู่มากเรียกลูกค้า ด้วยความอยากรู้อยากเห็นของเด็ก ก็ยิ่งคนเยอะไปใหญ่
ถ้าไปหาอะไรกินกับน้องทีไร ไม่พ้นต้องเบียดๆอัดๆอยู่แถวร้านนี้
เพราะร้านนี้มีไอเท็มสำคัญมากสำหรับเด็กผู้ชายสมัยนั้น (สมัยนี้ไม่รู้ยังมีมั้ยนะ)
มันคือ.. กล่องขนมสีเหลือง ขนมด้านในเป็นเม็ดขนมปังช็อคกลมๆ 
ซึ่งไม่เคยเห็นมีใครชอบกิน ซื้อมาทิ้งกันทั้งนั้น แต่ที่แย่งซื้อกันนี่ไม่ใช่อะไร
ข้างในมันมี "สติ๊กเกอร์การ์ตูน" นั่นเอง ที่จะแข่งกันสะสมเพื่อแลกของรางวัล
สมัยนั้นใครได้เพลย์สเตชั่นจากไอ้การสะสมสติ๊กเกอร์ไปแลกนี่เรียกว่าเท่มากกกกก!
 
แล้วพอโตมาหน่อยมันก็จะเริ่มมีกล่องขนมยูกิการ์ด ซึ่งนำไปสู่กิจกรรมการพนันในวัยเด็ก
เด็กผู้ชายว่างๆ มันก็จะนั่งเขี่ยไพ่ เป่าไพ่ เพื่อยึดไพ่คนแพ้มาเป็นของตัว
หรือถ้าอยากใช้สมองหน่อย ก็เล่นไปกับพลังพิเศษของการ์ดซะเลย
ซึ่งอีเด็กผู้หญิงอย่างชั้นก็ไม่ค่อยเข้าใจนักหรอกนะว่ามันอ่านภาษาญี่ปุ่นออกได้ไง
ว่าไพ่ใบไหนพิเศษยังไง ใช้ได้ตอนไหน พวกมึงแค่เด็กประถมนะ โดนโกงมาจากเด็กโตๆ
มั่งรึเปล่าก็ไม่รู้?
 
Yuki Card
 
ยังๆ ร้านนี้ไม่ได้มีแค่นี้หรอกนะ ในหมวดของเล่นแล้วมันยังมีลูกโป่งวิทยาศาสตร์
ที่เป็นเจลๆ ป้ายใส่หลอดแล้วเป่า หรือเป็นแบบขวดมีน้ำใสๆ คล้ายสบู่ จุ่มๆแล้วก็เป่า
ดูน่ารักกันไป สมัยนี้ไปเห็นในห้างแล้วตื่นตาตื่นใจมาก เพราะที่เป่าที่ตรงกลางมีรู
อันใหญ่มหึมานั้น พอเป่าออกมาใหญ่กว่าหน้าซะอีก หรือเป็นแบบเครื่องยิงเหมือนปืนก็มี
น่าสนุกดีนะ อยากซื้อมาเล่นอยู่หรอก แต่ราคานี่ไม่ไหวจริงๆ ลงทุนซื้อกะละมังใส่น้ำสบู่
เอาเหล็กมาขดๆเป่าอยู่บ้านไป ขนาดก็น่าจะพอฟัดพอเหวี่ยงกันอยู่ =P
 
สมัยนั้นของเล่นที่น่าตื่นตาอีกอย่าง ถึงขั้นเป็นข่าวเลย คือไอ้ตัวหนืบๆประหลาด
ที่แช่น้ำไว้แล้วมันจะใหญ่ขึ้นเรื่อยๆ ที่มีข่าวว่ามีเด็กกลืนลงไปแล้วมันไปบวมน้ำอยู่ในท้อง
โอ้ววววว หน้าตาสีสันมันคงเหมาะกับเด็กผู้ชายนะ ไอ้เราๆก็รู้สึกว่าน่าขยะแขยงน่ะ
ถ้ามันพองออกมาเป็นหมี แมว หมาก็ว่าไป นี่ทำออกมาเอเลี่ยนมากกกกกก!!
จำได้ว่าน้องก็ซื้อมาเล่น ผ่านไปไม่กี่วันมันบวมอืดในกะละมัง แหวะมากอะ -*-
แถมโดนแม่ด่าอีก เพราะมันเอาไปซ่อนไว้ใต้อ่างน้ำ แม่เราก็เป็นพวกตื่นตูม
นึกว่าน้องเอาอะไรมาเลี้ยง แป่วววว!! ซึ่งก็ได้มาจากร้านรถเข็นสารพัดสิ่งนี้อีกเช่นกัน
 
มีของเล่นอีกอย่างที่ฮิตมากในหมู่เด็กผู้ชายคือ โยโย่
แบบถูกๆ หลักสิบก็มี ที่ร้านนี้ขายก็เป็นแบบไม่แพงมาก ประสา รร.แถบชานเมือง
แบบแพงอันละหลายร้อย หรือเป็นพันที่ขายตามห้างก็มี เคยเห็นเพื่อนไฮโซ
มันบอกซื้อมาแพงมาก (ก็ดูแพงจริงๆนะ) แต่เห็นมันเล่นได้แค่โยนขึ้นลงๆ -*-
ซื้อแพงทำไมเนี่ย?? เล่นได้แค่นี้ เสียดายตังค์อะ บางคนถูกๆยังทำท่าได้เยอะกว่าเลยเธอ
เรียกว่าเป็นไอเท็มประจำกายของเด็กผู้ชายสมัยนั้น ต้องเอาเทปการ์ตูนหรือวิดีโอสาธิต
มาเรียนรู้ทุกท่วงท่า มีชื่อเรียกแต่ละท่าด้วยนะ เราดูทีวียังรู้สึกว่ามันสุดยอดเลย
แต่เอาตรงๆ เรามันพวกไร้สมรรถนะด้านนี้อย่างแรง แค่เล่นให้มันหยุ่นๆ
ตกลงไปแล้วค้างไว้ยังไม่สามารถเลยจ้ะ ได้แค่ปล่อยลงไปแล้วให้มันเด้งขึ้นมา แค่นั้นแล่ะ!!!
 
 
ที่เล่าๆไปนี่ ส่วนใหญ่เป็นของที่น้องชายเล่น เราไม่ค่อยชอบเล่นอะไรฮิตๆเท่าไหร่
หรือจริงๆ เพราะไม่มีสกิลต่างหาก เล่นไรก็ห่วยไง เลยไม่เสียเงินซื้อแต่แรกดีกว่า...
 
ของเล่นของเราที่ซื้อมาจากร้านค้า ร้านขนมแถวบ้านส่วนใหญ่จะกุ๊กกิ๊ก เพ้อๆหน่อย
แต่เล่นอะไรแล้วจริงจังนะ ตอนเด็กๆต้องไปเฝ้าร้านให้แม่ที่ตลาด
พออาม่ามาตอนสาย จะต้องแวะไปร้านขนมร้านหนึ่งในตลาด เค้าจำเราได้
เรียกหมวยเล็กๆ เพราะแมร่งมาทุกวัน เวลาเดิม และซื้อของอย่างเดิม Geekแต่เด็ก! ฮาาาา
ของที่ว่ามันคือ "ขนมจาจา" (ถ้าจำผิดต้องขออภัย มันนานมากกกกก)
ข้างในกล่องมันจะมีชิ้นส่วนกระดาษที่ต่อเป็นบ้าน ร้านค้าต่างๆ เฝ้าร้านไปก็นั่งต่อไป
ได้วันละหลังๆ ประเด็นคือแต่ละกล่องมันจะไม่บอกว่าข้างในเป็นร้านอะไร แบบไหน
เหมือนสุ่มจับฉลากไรงี้ มันก็สนุกตรงนี้แล่ะ เพราะร้านที่ให้ต่อมันเยอะมากเลยนะ
แต่มาเลิกซื้อตอนที่แม่ให้ไปอยู่ออฟฟิศกับพ่อ ไปนั่งเล่นคอมแทน เลยไม่ได้ซื้อตั้งแต่ตอนนั้น
....แต่ไอ้ที่ต่อๆเก็บไว้ แม่ก็เก็บทิ้งประจำอะ เพราะมันรก และไม่รู้จะเก็บไว้ไหน ใจร้ายอะ T^T
 
 
 
ของเล่นอีกอย่างที่ปลื้มมาก อันนี้มีกล่องเก็บส่วนตัวที่ตกทอดไปให้เด็กแถวบ้านด้วยนะ
มันคือ "ตุ๊กตากระดาษ" ชอบมากเลยนั่งแต่งตัวตุ๊กตา มีเยอะมากด้วย เพราะซื้อบ่อยมากๆ
ร้านที่ซื้อประจำชื่อ ร้านสมศรี เป็นร้านของชำที่มีทุกอย่างตั้งแต่หม้อ จักรยาน ยันตุ๊กตากระดาษอะ
ไปเกือบทุกวัน อันนี้ฮิตก่อนหน้าจาจาอีกนะ ไปทีก็ไปเป็นชั่วโมง ไปนั่งเลือกๆๆๆ
แต่ซื้อกลับมาครั้งละแผ่นสองแผ่นเองนะ ตอนนั้นอารมณ์คงคล้ายตามอ่านนิตยสารรายสัปดาห์
เพราะมันจะมาใหม่เรื่อยๆ เป็นคอลเลคชั่นก็มี ต้องไปตามเก็บ ชอบตรงที่แต่ละแผ่น
มันจะมีเรื่องราว รายละเอียดของมันอยู่ เช่นเป็นแบบหวานๆเจ้าหญิง ก็ไปนั่งพิจารณารายละเอียด
เคยทำตุ๊กตากระดาษเองด้วยนะ แต่ด้วยความอาท มันหากระดาษที่ถูกใจไม่ได้ เลยไม่ได้ทำต่อ
....เรื่องมากแต่เด็กอีกต่างหาก ฮาาาาา =P
 
 
 
ทิ้งท้าย.........
ตอนนี้เป็นตอนที่ 1 สำหรับของเล่นสุดฮิตที่หาซื้อได้ตามร้านค้าหน้าโรงเรียน ย่านตลาด
โลกของเล่นสมัยเด็กยังไม่จบสิ้น เพราะยังมีของเล่นที่ขายตามห้างอีกต่างหาก... พบกันในตอนที่ 2
ส่วนที่มาของเอนทรี่นี้ อย่างไม่ต้องสงสัยว่ามาจาก Twitter ใน tag  #WhenIwasYoung 
 
อ้อออออออ ลืมบอกไปเลยว่าเจ้าของบล๊อคอายุ 21 วัยประถมก็เมื่อสิบกว่าปีก่อนเอง
ท่านใดที่เกินกว่านี้ ต้องขออภัย ที่ของเล่นสมัยใหม่ไปเนอะ ฮ่าาาาาาา =P